เว็บอะรัยดีช้อป

เว็บอะรัยดีช้อป
http://www.webaraideeshopping.com/

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

แก้ไข Windows Update Error code : 80072EFE จะทำอย่างไรดี ของ windows 8

วันนี้ขอนำบทความดีๆ มาฝากทุกๆ คนครับ

                                  ภาพประกอบ จากเว็บไซต์ www.lopeytech.com

แก้ไข Windows Update Error code : 80072EFE จะทำอย่างไรดี ของ windows 8 
เมื่อพบกับปัญหา ระบบแสดงข้อผิดพลาดข้อผิดพลาดขึ้น 80072EFE ข้อผิดพลาดดังกล่าวแสดงถึงปัญหาในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตโดยอาจจะเกิดจากมีการบล้อกการเชื่อมต่อระหว่าง Server การอัพเดทของทางไมโครซอฟท์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุเช่นการ ใช้งาน Proxy การบล้อกจาก Antivirusหรือ Firewall หรือแม้กระทั่งการบล้อกการเชื่อมต่อจาก Router ก็ตาม  ทางทีมงานฟอรั่ม Microsoft Answers เวอร์ชั่นภาษาไทย ขอแนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวครับ


ขั้นตอนที่ 1 - เพิ่มเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ให้เป็นเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
1.       เปิด Internet Explorer ขึ้นมา
2.       ที่แถบเมนู คลิ๊กที่ Tools > Internet Options
3.       เลือกที่แถบ Security 
4.       เลือกไอคอน Trusted sites 
5.       คลิ๊กที่ปุ่ม Sites 
6.       เคลีย์ช่องนี้ (ติ๊กเอาออก) Require server verification (https:) for all sites in this zone check box.
7.       ในช่อง Add this Web site to the zone ให้คัดลอก เว็บไซต์ข้างล่าง แล้วคลิ๊ก Add
http://*.update.microsoft.com
https://*.update.microsoft.com
http://download.windowsupdate.com
http://windowsupdate.microsoft.com
8.       คลิ๊ก Close > Apply > OK

ขั้นตอนที่ 2  เปลี่ยนค่า DNS
1.       ไปที่ Start > Control Panel > Network Connections
2.       ที่ LAN or High Speed Internet  คลิ๊กขวาที่ Local Area Connection แล้วเลือก properties
3.       ดับเบิลคลิ๊กที่ Internet Protocol (TCP/IP)
4.       คลิ๊กที่ Use the following DNS server addresses:
5.       แล้วให้ใส่ หมายเลขดังนี้
สำหรับ Preferred DNS Server : 4.2.2.2
สำหรับ Alternate DNS Server : 4.2.2.3
6.       คลิ๊ก OK > OK

ขั้นตอนที่ 3 เรียกค่ามาตรฐานของวินโดวส์อัพเดทให้กลับไปเป็นค่าเริ่มต้น (รีเซทค่าอัพเดท) โดย
1.       โหลด Microsoft Fix it จากลิงค์ http://go.microsoft.com/?linkid=9665683
2.       หลังจากนั้ก คลิ๊กที่ "Run"
3.       ปรากฏหน้าต่าง เลือกที่ "I ACCEPT"
4.       ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ "I Agree"  แล้วคลิ๊ก "Next"
5.       ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ "Run aggressive options(not recommended)" แล้วคลิ๊ก "Next"
6.       เมื่อเสร็จแล้วคลิ๊ก "Close" อย่าเพิ่งทำการรีสตาร์ท แต่ให้ข้ามไปขั้นตอนที่ 4

ขั้นตอนที่ 4 รีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเข้าสู่โหมดแบบขั้นพื้นฐาน (Clean boot)
1.       ที่ Start
2.       ที่กล่องค้นหาให้พิมพ์ msconfig แล้วคลิ๊ก OK
3.       หน้าต่าง System Configuration จะเปิดขึ้น, โดยที่แถบ General, เลือก Selective Startup.
4.       ติ๊กถูกที่ช่อง Load System Services เท่านั้น
5.       ติ๊กถูกที่ช่อง Load startup items แล้วติ๊กออกอีกครั้ง
6.       สังเกตที่ช่อง Use original boot configuration จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเป็นภาวะปกติ
7.       เลือกแถบ Services
8.       ติ๊กถูกที่ Hide All Microsoft Services
9.       คลิ๊ก Disable All แล้วคลิ๊ก OK.
10.   ทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนที่ ทำการรีเซ็ตค่า DNS
1.       ที่ Start > All Programs > Accessories 
2.       ที่ Command Prompt คลิกขวา เลือก Run as Administrator
3.       พิมพ์ Net stop wuauserv  กด Enter
4.       พิมพ์ ipconfig /flushdns  กด  Enter
5.       พิมพ์ Net start wuauserv  กด  Enter

ขั้นตอนที่ 5 หากท่านใช้งาน Proxy อยู่ให้ท่านทำการยกเลืกการใช้งาน Proxy และให้ท่านทำการ Disable Anivirus และ Firewall ชั่วคราว

ขั้นตอนที่ 6 รีสตาร์ทเครื่อง แล้วทำการอัพเดทวินโดวส์อีกครั้ง

หากได้ทำตามขั้นตอนด้านบนแล้วปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางเราแนะนำให้ท่านทำการเปลี่ยนสถานที่การอัพเดทวินโดวส์หรือไปเชื่อมต่ออินเตรอ์เน็ทจากสถานที่อื่นและทำการอัพเดทอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีความเป็นไปได้เป็นอย่างสูงว่าปัญหาอาจจะเกิดจาก Router ที่ใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทของท่านได้ทำการบล้อกการอัพเดทวินโดวส์ครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก
จากทีมงานไมโครซอฟท์

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Bit Locker ป้องกันการยืมแฟลชไดร์ฟและฮาร์ดดิสก์

Bit Locker ป้องกันการยืมแฟลชไดร์ฟและฮาร์ดดิสก์แบบไม่ได้รับอนุญาติ

วันนี้ขอหยิบยกตัวอย่าง บทความเกี่ยวกับโปรแกรมที่น่าใช้งานมาให้ทุกๆ คน นำเอาไปใช้งาน ผมอ่านแล้วมีประโยชน์มากครับ

ปัญหามากมายจากการยืมของกันใช้โดย เฉพาะกับฮาร์ดไดรฟ์และแฟลชไดรฟ์ที่หลายคนเลือกจะใช้เก็บข้อมูลส่วนตัว ทำให้หลายคนพยายามหาทางแก้ด้วยการป้องกัน ซึ่ง Windows 8 ก็มีฟังก์ชันดังกล่าวให้เราใช้ ด้วยระบบป้องกันที่ใช้งานง่าย รวมถึงการตั้งค่าความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์สะดวก ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งซอฟต์แวร์อื่นมาติดตั้งให้เสียเวลา ซึ่งในขั้นตอนการทำงานเหล่านั้น ก็ใช้เวลาไม่มากนัก เพียงแต่อาจจะต้องเตรียมฮาร์ดไดรฟ์หรือแฟลชไดรฟ์ ด้วยการต่อฮาร์ดไดรฟ์หรือแฟลชไดรฟ์เข้ากับพอร์ต USB บนคอมพิวเตอร์ หากเป็นของใหม่ ก็รอให้ระบบ Detect Device ให้เสร็จสิ้น

1.ตรวจสอบกันก่อนว่าอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่จะนำมาใช้นั้น ระบบสามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้องเรียบร้อย
2.คลิกขวาที่ฮาร์ดแวร์ตัวดังกล่าว จากนั้นเลือกที่ Turn BitLocker On

3. ในหน้าของ BitLocker Drive Encryption ให้ใส่เครื่องหมายหน้า Use a password to unlock this drive จากนั้นให้ใส่พาสส์เวิร์ด ในช่อง Enter your password และช่อง Re-enter password ให้ครบ แล้วคลิก Next



4. ถัดมาจะเป็นการให้ใส่คีย์ เพื่อเป็นทางออกในกรณีที่คุณจำพาสส์เวิร์ดในการเข้าใช้ BitLocker ไม่ได้ โดยระบบจะจัดเก็บเป็นคีย์เอาไว้ สำหรับการนำมาใช้ Access เข้าไปในระบบได้ภายหลัง ให้คลิก Save to a file แล้วคลิก Next
5. หาที่จัดเก็บไฟล์ที่เป็นคีย์เหล่านั้นในที่ปลอดภัย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้เองว่าจะสะดวกในจุดใดมากที่สุด แล้วคลิก Save

6. จากนั้นเข้าสู่การเข้ารหัสไฟล์ ด้วยการ Encryption โดยให้เลือกว่าจะเข้ารหัสเฉพาะพื้นที่ที่ถูกใช้งานอยู่หรือจะเข้ารหัสทั้ง ไดรฟ์ เลือกแบบ Encrypt used disk space only จะใช้เวลาสั้นกว่า จากนั้นคลิก Next
7. จะมีหน้าต่างยืนยันการเข้ารหัสไดรฟ์ ให้คลิกที่ Start encrypting ได้เลย

8. จากนั้นรอระบบทำงานสักระยะ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลที่อยู่ในไดรฟ์ที่ต้องการ Encryption

9. เมื่อเสร็จเรียบร้อย ก็จะมีหน้าต่างแจ้งเตือน Encryption of … is complete ให้คลิก Close


เมื่อลองเอาแฟลชไดรฟ์ดังกล่าวมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ ก็จะมีฟังก์ชัน BitLocker เตือนขึ้นมาให้ใส่รหัสสำหรับการเข้าใช้งาน

เมื่อทำการเข้ารหัสเรียบร้อยระบบก็พร้อมใช้งานในทันที ก็เรียกได้ว่าต่อไปใครจะมาแอบหยิบอุปกรณ์ตัวนี้ไปใช้โดยพละการ ก็อาจจะต้องช้ำใจ เพราะไม่มีพาสส์เวิร์ด ก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี

 ที่มาข้อมูล.http://notebookspec.com






 

บทความที่ได้รับความนิยม 10 อันดับ