เว็บอะรัยดีช้อป

เว็บอะรัยดีช้อป
http://www.webaraideeshopping.com/
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีแก้ปัญหา login ของ hotmail แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีแก้ปัญหา login ของ hotmail แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

วิธีการแก้ไข หากคุณไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้งาน Windows Live Messenger ได้ เเละได้รับรหัสข้อผิดพลาด 800488eb

หากคุณไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้งาน Windows Live Messenger ได้
เเละได้รับรหัสข้อผิดพลาด 800488eb



วิธีเเก้ไขปัญหา 1 มีดังนี้

1. ให้คุณคลิก Start เเล้วไปที่ Control Panel

2. คลิก Programs >> Programs and features

3. จากนั้นให้คุณคลิกที่โปรเเกรม Windows Live Essentials เเล้วคลิก Change/ Remove

4. ต่อไปให้คุณคลิกทำเครื่องหมายที่คำว่า Repair เเล้วคลิก Continuous เพื่อให้เครื่องประมวลผลจนสำเร็จ

5. ลองลงชื่อเข้าใช้ Windows Live Messenger ใหม่อีกครั้ง

หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
กรุณาติดต่อกลับมายังทีมงานอีกครั้ง เพื่อทำการแก้ไขปัญหาให้คุณต่อไป


ขอขอบคุณ สำหรับความไว้ใจเเละสนับสนุนการทำงานของเรา
ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะให้การสนับสนุนเเละใช้บริการของ Windows Live ตลอดไป

 วิธีแก้ไขปัญหาที่ 2

ทางเราขอทราบว่า คุณมีการติดตั้ง McAfee Family Protection หรือไม่

หากใช่ ทางเราเเนะนำให้คุณ ปิดการใช้งาน McAfee Family Protection

เเล้วลงชื่อเข้าใช้งาน Windows Live Messenger ใหม่อีกครั้ง


ที่มา http://answers.microsoft.com

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

ดาวน์โหลดข้อมูลส่วนตัวที่เคยโพสบน FB ลงคอมได้แล้ว

Facebook เปิดหน้าดาวน์โหลดข้อมูลส่วนตัวที่เคยโพสบน FB ลงคอมได้แล้ว

เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ทาง facebook เปิดหน้าดาวน์โหลดข้อมูล facebook ของเรา ให้เราสามารถคลิกดาวน์โหลดข้อความส่วนตัว ,ข้อความสถานะโดยเรา , รูปภาพ ,แชท และรายชื่อเพื่อนๆบน facebook  มาดาวน์โหลดลงคอมได้แล้ว  แต่ไม่สามารถดาวน์โหลดภาพที่เพื่อนแท็กและสถานะของเพื่อนๆได้ จะดาวน์โหลดได้เฉพาะสถานะและรูปที่อัพโดยเราเองเท่านั้น
การที่ facebook ได้เปิดบริการนี้ ทำให้ผู้ใช้สะดวกในการดาวน์โหลดรูปที่ถ่ายไว้ด้วยตัวเอง มาลงคอมได้ง่ายขึ้น หากพวกรูปหายหรือมือถือหายก็สามารถเรียกรูปที่เคยอัพไว้มาลงคอมได้ทันที ซึ่งสะดวกมาก

วิธีการดาวน์โหลดรูปและข้อมูลส่วนตัวบน facebook มาลงคอมเรา  เพียงแค่เลื่อนเมาส์ไปที่เมนู dropdown(ข้างปุ่มหน้าแรก) แล้วเลือก  ตั้งค่าบัญชีผู้ใช้
แล้วคลิกที่ดาวน์โหลดสำเนาข้อมูล Facebook ของคุณ

แล้วคลิกที่ “เริ่มบันทึกแฟ้มเก็บข้อมูลถาวรของฉัน”   แล้วรอสักพักนึงจะส่งลิงค์มาทางอีเมลล์ของเราเพื่อดาวน์โหลดพวกรูปภาพ ข้อความสถานะ และรายชื่อเพื่อนๆทั้งหมด จาก facebook ของเราลงคอมต่อไป


จากข่าวนี้ถึงแม้ facebook จะเปิดบริการให้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลบน facebook ที่โพสโดยเรามาลงคอมได้ แต่ คลิกเดียวเอาหมดเลยทั้งรายชื่อเพื่อน , ข้อความสถานะต่างๆ และรูปภาพ แบบการดาวน์โหลดที่ว่านี้ไม่แยกเป็นส่วนๆ  ไม่สามารถเอาเฉพาะรูปภาพ , ข้อความ หรือรายชื่อเพื่อนอย่างเดียวได้  ข้อมูลที่ได้จะขนาดใหญ่  ซึ่งต่างจากบริการจาก Google ที่มีบริการ Google Takeout ที่สามารถดาวน์โหลดข้อมูลของเราแบบทีละส่วนในบริการต่างๆจาก google มาลงคอมของเราได้

ข้อมูลจาก Engadget
ที่มา it24hrs.com

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

facebook ซื้อทีมพัฒนา Instagram มูลค่าพันล้านเหรียญสหรัฐ

ช่วงนี้กระแส Instagram เนื้อหอมสุดๆหลังจากที่ทาง Instagram บน Android ได้เปิดให้โหลดแล้ว ทำให้ยอดสมัครสมาชิกเว็บ Instagram เป็นจำนวนมาก แค่ 24 ชั่วโมงก็มีคนโหลดกว่า ล้านครั้ง , สถิติรอบ 6 วัน มียอดโหลดทะลุ 5 ล้านครั้งด้วย  และล่าสุด facebook ก็ขอซื้อทีมพัฒนา Instagram มูลค่าพันล้านเหรียญสหรัฐ เรียบร้อย นับว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เติบโตสุดๆของ Instagram จริงๆ

ภาพข้อมูล Infographic เกี่ยวกับ Instagram ที่คุณจะได้รู้จักกับแอพ Instagram มากขึ้นนี้ เป็นเรื่องราวสถิติ เริ่มจาก 0 สู่ 1พันล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ระยะเวลาเพียง 17 เดือน ข้อมูลจาก Mashable ที่มา it24hrs.com

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

ก้าวต่อไปของ Facebook เมื่อ Facebook ซื้อ Instagram! ในมูลค่า 1 พันล้านเหรียญ


เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับบรรดาชาวไอทีทั้งหลาย กับการเข้าซื้อ Instagram ของ Facebook ในมูลค่า 1 พันล้านเหรียญ โดยข่าวนี้มีข้อมูลจาก Facebook Status ของ Mark Zuckerberg โดยได้โพสแสดงความยินดีกับการเข้าร่วมธุรกิจของยักษ์ใหญ่แห่งการแชร์ภาพ Instagram

ปัจจุบัน Facebook ได้มีการพัฒนาการแชร์ภาพถ่ายให้กับเพื่อนๆ แบ่งปันให้กับครอบครัว และจากนี้ไป ทีมงานของ Facebook จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของ Instagram เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ในการแชร์ภาพที่มีลูกเล่นที่น่าสนใจมากยิ่ง ขึ้นผ่านทางโทรศัพท์มือถือ บอกเล่าเรื่องราวที่เราสนใจผ่าน Facebook ด้วย Instagram และสร้างสรรค์ความรู้สึกดีๆจากภาพถ่ายบน Instagram ให้เป็นมากกว่าการแชร์ภาพบน Facebook โดยการแชร์ภาพนี้ จะทำให้เราได้สร้างสรรค์ผลงานการถ่ายภาพเพื่อสรรค์สร้างเรื่องรางของการแบ่ง ปันและสร้างสังคมของการแบ่งปันร่วมกัน
การที่ Facebook เข้าซื้อ Instagram นี้ จะทำให้ผู้ใช้ทั่วไป รู้จักกับ Instagram มากกว่าการเป็นแอพ แต่มันคือการแบ่งปัน เพราะปกติแล้วคนที่ใช้ Instagram มักจะแชร์ภาพลงบน Facebook ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันประสบการณ์อยู่แล้ว
Mark Zuckerberg ยังบอกอีกว่า เราวางแผนที่จะเก็บบางคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Instagram ไว้ เช่นการแชร์ไปยัง Social Network อื่นๆ และสามารถเลือกที่จะไม่แชร์ภาพบน Instagram ลง Facebook รวมไปถึงการมี followers และสามารถ follow บุคคลต่างๆได้โดยแยกรายชื่อจากเพื่อนบน Facebook ซึ่งก็เหมือนกับการใช้งานในปัจจุบัน
และยังมีอีกหลายคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมายจาก Instagram ซึ่งทาง Facebook ก็ได้เรียนรู้ความสำเร็จจาก Instagram และสร้างนวัตกรรมใหม่ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้  และในขณะเดียวกัน Facebook สามารถช่วย Instagram ด้วยทีมที่แข็งแกร่ง และโครงสร้างที่เหนียวแน่น
อ่านจากวิสัยทัศน์และความเห็นของ Mark Zuckerberg นั้นทำให้คิดต่อไปอีกได้ว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มาร์คออกมาโพสข้อความเอง เพราะทาง Facebook เองก็เพิ่งจะเคยสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้มากขนาดนี้  และทาง Facebook ก็คาดหวังกับประสบการณ์ในการแชร์ภาพที่ดีขึ้น แต่ที่แน่ๆคือ ประสบการณ์แชร์ภาพถ่ายของคุณจะเปลี่ยนไป และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้คนมากมายจึงรัก Facebook และเมื่อ 2 บริษัท จับมือกัน คนที่ยิ้มก็คือผู้ใช้นั่นเอง
ทางด้าน Kevin Systrom CEO ของ Instagram ได้ให้ความเห็นเรื่องของ Instagram + Facebook ว่า เขาได้สร้าง Instagram กับ Mike Krieger มาเกือบจะครบ 2 ปีแล้ว Instagram ได้สร้างมิติใหม่ของการถ่ายภาพ และการแบ่งปัน การสร้างสังคมของการแสดงความเห็นบนภาพถ่าย การใช้ภาพถ่ายสื่ออารมณ์ Instagram โตเร็วมาก มีสังคมที่ใหญ่มาก และเชื่อมโยงคนทั้งโลก และวันนี้เรามีความยินดีที่จะแจ้งว่า Instagram ตกลงจับมือกับ Facebook ในทุกๆวันเราได้เห็นการสื่ออารมณ์ผ่านภาพถ่าย มุมมองใหม่ๆ ที่เราไม่เคยได้สัมผัส จากความหลากหลายของการแบ่งปัน และด้วยการเชื่อมโยงกับสังคมที่ใหญ่กว่าของ Facebook เราหวังว่าจะสร้างปรากฎการณ์ใหม่บนความน่าตื่นเต้นจากการแบ่งปัน ผ่าน Instagram และ Facebook
และ CEO ยังย้ำด้วยว่า สิ่งที่เราอยากจะทำความเข้าใจก็คือ Instagram ไม่ได้หายไปไหน เรายังทำงานร่วมกันกับ Facebook เพื่อสร้างเครือข่ายที่เหนียวแน่นมากขึ้น เราพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างสรรค์คุณสมบัติใหม่ๆ และหาวิธีการใหม่ๆในการสร้างพลังจากการแบ่งปันผ่านภาพถ่ายบนโทรศัพท์มือถือ
สำหรับผู้ใช้แอพ Instagram นั้นยังคงติดตามคนที่ Follow ได้ตามปกติ และยังคงแชร์บน Social Network อื่นๆได้เหมือนเดิม และคอยติดตามคุณสมบัติอื่นๆ ที่จะสร้างความแปลกใหม่ที่มากกว่า
ฟังจาก CEO 2 ฝ่ายแล้ว ผู้ใช้อย่างเราๆก็คาดหวังว่า การที่ Instagram จับมือกับ Facebook จะช่วยสร้างความน่าตื่นเต้นกับประสบการณ์การแบ่งปันของ Instagram และได้รับการพัฒนาบริการให้สามารถเข้าถึงได้ทุกคน
เกี่ยวกับ Instagram
- เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2010
- Co-Founders ได้แก่ Kevin Systrom และ Mike Krieger
- แชร์ภาพบน Instagram และอัพโหลดไปยัง Social Network อื่นๆได้ เช่น Twitter, Facebook และ Tumblr
คอยติดตามกันว่า ต่อจากนี้ไป แอพแชร์ภาพ จะเชื่อมโยงกับ Social Network อย่างไร? 

ข้อมูลจาก Instagram Blog Facebook Mark Zuckerberg 
ที่มา it24hrs.com

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

ดาวน์โหลด Instagram บน Android ได้แล้ว

ข่าวนี้สำหรับผู้ใช้มือถือ Android ที่อยากใช้ Instagram ซึ่งรอคอยมานานแสนนานว่าเมื่อไหร่จะได้ใช้ Instagram บนมือถือ Android ซะที  ในที่สุด Instagram เปิดให้สาวก Android ได้ดาวน์โหลดใช้กันแล้วในวันนี้  แอพ Instagramคือแอพถ่ายภาพและใส่ฟิวเตอร์ แล้วอัพโหลดขึ้นเว็บ Instagram และ Social Network ต่างๆ นี่เอง เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2010 โดย Kevin Systrom และ Mike Krieger ซึ่งก่อนหน้านี้จะมาเฉพาะบนระบบปฏิบัติการ iOS สำหรับ iPhone และ iPod Touch เท่านั้น ส่วน iPad ก็โหลดได้แต่แบบบน iPhone ในขณะที่ Android ก็ใช้โปรแกรม Client อื่นๆอัพโหลดเอา ซึ่งก็มีหลายแอพเช่นกันอย่าง Picplz และแอพ  Molome ซึ่งพัฒนาโดยทีมงานคนไทยเอง แต่แอพ Instagram นี้ถูกจัดเป็นแอพยอดนิยมมากในมือถือ iPhone เพราะด้วยจุดเด่นคือความรวดเร็วในการอัพโหลดภาพ ความสนุกในการตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ต่างๆ ความง่ายในการถ่ายภาพและเลือกกรอบรูปหรือฟิลเตอร์มาเพิ่มความน่าสนใจให้กับภาพของเรา  รวมไปถึงสามารถแชร์กับเพื่อนๆบน Social Network อื่นๆ อย่าง Twitter, Facebook  , Foursquare และ Tumblr  ด้วย แต่มาเวอร์ชั่น Android คราวนี้ จากทีมพัฒนา Instagram ได้กล่าวไว้ในงาน SXSW เมื่อเดือนก่อนว่า มันทำงานและใช้งานได้ดีกว่า iPhone ด้วย !!! จะเป็นอย่างไรนั้นต้องลองโหลดด้วยตัวเองซะหน่อยแล้ว

ข้อมูลที่น่าสนใจของ Instagram 

- มีจำนวนผู้ใช้ Android ที่ลงทะเบียนใน Waiting List กว่า 430K+ 
- จำนวนผู้ใช้ที่ลงทะเบียน Instagram 30 ล้าน users
- ภาพที่ถูกอัพโหลด 1 พันล้านภาพ
- มีภาพที่ถูกอัพโหลด 5 ล้านภาพต่อวัน
- อัตราจำนวน like 575 likes ต่อวินาที
แอพ Instagram บน Android สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่นี่ หรือผ่านทาง Google Play บนมือถือ Android ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 
ข้อมูลจาก Instagram

ที่มา it24hrs.com

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

บริการ Google Cloud Storage เมษายน 2555 นี้พบกัน

Gmail มีจุดเด่นในการให้บริการด้วยขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อความ ไฟล์แนบที่ใหญ่มหึมา ขณะนี้ผู้ใช้ Gmail จะได้พื้นที่ในการจัดเก็บอีเมล์ ข้อความ ภาพถ่าย ไฟล์แนบ เอกสาร และรูปภาพบน Picasa ฟรีในขนาดพื้นที่เริ่มต้น 7GB และยังสามารถซื้อพื้นที่จัดเก็บอีเมล์เพิ่มได้อีก เป็นข่าวที่น่ายินดีหาก Google จะเปิดตัวบริการ Google Cloud Storage service สำหรับลูกค้าทั่วไปอย่างเป็นทางการเสียที ก่อนหน้านี้ Google มีบริการ Google Cloud Connect สำหรับนักพัฒนา

สำหรับพื้นที่ Gmail จะเรียกว่า Google Storage (ไม่ใช่บริการ Cloud) โดยจะแชร์การเก็บข้อมูลระหว่าง Gmail, Picasa Web Albums และ Google Docs สำหรับพื้นที่ฟรีบน Gmail จะแบ่งออกเป็น Gmail จัดเก็บเฉพาะข้อความและไฟล์แนบ บนพื้นที่ฟรีเริ่มต้น 7GB ที่จะเพิ่มให้เรื่อยๆ ส่วนเอกสาร สามารถอัพโหลดเพื่อจัดเก็บบน Google Docs ได้ 1GB โดยเอกสารที่สร้างบน Google Docs และไฟล์ที่แปลงมาจะไม่นับบนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในส่วนนี้ แต่จะมีการจำกัดขนาดไฟล์ที่อัพโหลด ส่วน Picasa Web จะมีพื้นที่จัดเก็บภาพและวีดีโอให้ 1GB โดยไฟล์ที่อัพโหลดจะต้องมีขนาดตามที่กำหนด สามารถอัพโหลดภาพขึ้นไปบน  Picasa Web Albums ได้ และอัพโหลดภาพขนาดจริงโดยผ่าน Google+ ได้จากโปรแกรม Picasa 3.9 ส่วน Google+ นั้นไม่จำกัดพื้นที่ในการอัพโหลดรูป แต่จะย่อขนาดภาพให้เหลือ 2048 pixels โดยอัตโนมัติ และจัดเก็บวีดีโอที่มีความยาว 15 นาทีได้ฟรี โดยพื้นที่บน Gmail นั้นจะแบ่งแยกบริการใครบริการมันเลย บริการใดให้พื้นที่เท่าใดก็ใช้งานได้เท่านั้น ไม่สามารถแชร์พื้นที่ร่วมกันได้

GDrive มาก่อน แต่ไม่ใช่ Google Cloud Storage
หากเป็นผู้ใช้ทั่วไป ความจุขนาด 7GB ใช้ของฟรี เก็บแค่ข้อความ ไฟล์แนบรวมกันก็เหลือๆ พื้นที่อยู่แล้ว ดังนั้นทางผู้ผลิตซอฟต์แวร์ 3rd party จาก Bjarke Viksoe จึงมีการออกบริการ ภายใต้ชื่อ Gmail Drive หรือ GDrive หากสังเกตดีๆก็จะทราบว่า บริการนี้เป็นของ 3rd party ไม่ใช่บริการอย่างเป็นทางการจากทาง Google บริการนี้เป็นเพียงบริการที่นำเอาพื้นที่ Gmail มาจำลองบนคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยการติดตั้งโปรแกรมลงบนคอมพิวเตอร์ใช้งานพื้นที่จำลองเป็นไดร์วที่มีช๊อตคัตบน My Computer วิธีการก็เหมือนกับการ Map Network Drive บน Windows นั่นเอง วิธีการจัดเก็บเป็นเพียงการส่งอีเมล์แนบไฟล์ เมื่อจะใช้ก็ดาวน์โหลดมาใช้งาน ไม่ใช้บริการ Cloud แต่อย่างใด
แต่แล้วความฝันของหลายๆคนก็เป็นจริง กับการเปิดตัวบริการ Google Cloud Storage สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอย่างเป็นทางการจาก Google ในเดือนเมษายนนี้ หลังจากที่เป็นข่าวลือมาตั้งแต่ปี 2006 ยันปี 2007 แถมยังมีการอ้างอิงจากหลายสื่อในหลายๆครั้ง จนมาถึงปี 2010 ที่มีการเปิดตัว Google Docs ให้อัพโหลดเอกสารและไฟล์ต่างๆได้ ผู้ใช้หลายคนจึงคาดหวังว่า Google จะเปิดบริการ Cloud Storage ในเร็ววันนี้
ปีที่แล้ว จนถึงปีนี้ หลายๆคนเห็นการขยับตัวของบริการ Cloud อย่าง Box, Dropbox, SugarSynce ก็แอบฝันว่า เมื่อไหร Google จะเปิดบริการ Cloud อย่างเป็นทางการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปสักที ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็มีข่าวลืออีกครั้งเกี่ยวกับรายงานจาก The Wall Street Journal เรื่องการเปิดบริการ Google Cloud Storage
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีข่าวลือมานาน (หลายระลอกมาก) รอบนี้เห็นท่าทีว่า Google จะทำให้ฝันของผู้ใช้เป็นความจริง (เสียที) โดยจะมีการเปิดตัวบริการ Google Cloud Storage ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนนี้ งานนี้ Google ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใดๆ และยังแบ่งรับแบ่งสู้จนทำให้ผู้ใช้อย่างเราๆเริ่มไม่แน่ใจว่า เป็นข่าวลืออีกแล้วใช่ไหมเนี่ย?
แต่จากข้อมูลที่ได้รับจาก Google คือการเสนอพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์บน Cloud ให้ 1GB ฟรีๆ แต่ถ้าต้องการพื้นที่มากขึ้นก็จะต้องจ่ายเพิ่ม ตอนนี้ผู้นำตลาด Cloud Storage อย่าง Dropbox พื้นที่ฟรี 2GB
บริการ Cloud Storage จาก Google นั้นน่าจะเข้าถึงได้จากคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ ด้วยอินเทอร์เฟซที่คล้ายกับ Google Docs และเป็นเรื่องที่น่ายินดีหากว่ามีการนำเสนอบริการ Google Apps สำหรับลูกค้าทั่วไปและบริการจดโดเมนด้วย (ปัจจุบันเป็นบริการสำหรับลูกค้าองค์กร) นอกจากนี้ Google ยังได้สร้าง API สำหรับแอพที่เป็น third party เพื่อจัดเก็บแอพหรือรันบน Google Cloud Storage ได้ด้วย

ข้อมูลจาก Washingtonpost GiGaOM
ที่มา http://www.it24hrs.com/

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

HTCSENSE.com ปิดเว็บ 30 เมษายน พร้อมลบข้อมูลทั้งหมด ก่อนปรับโฉมใหม่ อย่าช้ามาดูข้อมูลกัน

HTC ประกาศเตรียมปิดเว็บไซต์ HTCSENSE.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์บริการ Cloud ของ HTC ที่ผู้ใช้มือถือ HTC สามารถฝากข้อมูลต่างๆของสมาร์ทโฟน HTC นี้ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อสมุดโทรศัพท์ ไฟล์ภาพ และ content ต่างๆ ตลอดจนไปถึงสามารถติดตามมือถือ HTC ของคุณได้ด้วย คล้ายๆกับบริการ Find My iPhone และ บริการ Lookout เลยทีเดียว  แต่ HTC กำลังจะปิดเว็บชั่วคราวในวันที่ 30 เมษายนนี้ เพื่อปรับปรุงบริการและปรับโฉมใหม่ของเว็บไซต์ HTCSENSE ทั้งหมด ซึ่งผู้ใช้งาน HTC ที่ได้เปิดบริการ HTC SENSE และได้ฝากพวกไฟล์และรายชื่อต่างๆลงเว็บไซต์ HTCSENSE.com นั้น ให้รีบทำการดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆของคุณ ไม่ว่าจะเป็นพวกภาพและพวกรายชื่อสมุดโทรศัพท์ ข้อความต่างๆที่สำคัญ ลงคอมพิวเตอร์ด่วน ก่อนวันที่ 30 เมษายนนี้ เพราะทาง HTC จะลบข้อมูลทั้งหมดใน HTCSENSE.com ด้วย
สำหรับการปรับโฉมของเว็บไซต์ HTCSENSE.com นั้นจะไปในแนวทางไหน น่าติดตาม  เพราะตอนนี้มีเว็บไซต์คู่แข่งหลายรายก็ให้บริการแบบนี้หลายเว็บไซต์เหมือนกัน และอีกประเด็นคือ HTC ได้ซื้อกิจการ  http://dashwire.com เมื่อสิงหาคม 2011 ซึ่งเป็นเว็บให้บริการ CLOUD ชื่อดังในอดีต มาทำงานใน HTCSENSE.com ด้วย

ข้อมูลจาก HTCSENSE.com
ที่มา http://www.it24hrs.com/

วิธีใช้ Google Streetview ดูภาพเหมือนยืนบนสถานที่จริง บนมือถือและแท็บเล็ต มาดูกันครับ

จากครั้งที่แล้วได้เสนอการใช้งาน Google Streetview บนเว็บไซต์ Google Maps ที่ทำให้เราสามารถมองดูภาพถ่ายสถานที่ในระดับถนนรอบๆตัวเรา แบบ 360 องศา เหมือนสถานที่จริงบนตัวคอมพิวเตอร์ แล้วบนมือถือประเทศไทยใช้ได้หรือยัง? แน่นอนเราสามารถใช้ Google Streetview บนมือถือได้ด้วย แต่ขั้นตอนดูแตกต่างจากบนบราวเซอร์ของคอมพิวเตอร์..

สำหรับผู้ใช้ iOS

1.) เปิดแอพ แผนที่ (maps)  บน iPhone , iPad , iPod touch  ของคุณ

2) ซูมและนำนิ้วมาแตะจอค้างบริเวณสถานที่ที่ต้องการดู Streetview ก็จะมีหมุดสีม่วงมาปัก ซึ่งก็คือบริเวณที่คุณต้องการดูแบบ streetview แล้วให้แตะที่หมุดสีม่วง เลือกไอคอนกลมๆรูปคนสีส้มๆเพื่อเข้าชมแบบ Streetview หากดูไอคอนกลมๆรูปคนสีส้มดูจางๆก็ยังไม่สามารถดู Streetview ได้

3) คุณสามารถแพนรูปซูมรูป และแตะตามถนนเพื่อเดินไปในทิศทางต่างๆตามต้องการ

สำหรับมือถือ Android
1.) เปิด Google Maps บน Android

2.) แตะค้างเลือกสถานที่ที่ต้องการ แล้วแตะเลือกรายละเอียดที่ไอคอนกลมๆนี้

3.) ก็จะแสดงรายละเอียดที่เราเลือก ให้เลือกไปที่ streetview

มือถือจะแสดงในรูปแบบมุมมองถนนบน android ซึ่งทำงานได้ลื่นมากๆ สามารถซูม เปลี่ยนทิศทางได้ แพนรูปได้ ดูได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่หากเปิดโหมดเข็มทิศ คุณสามารถเอียงมือถือ หันเพื่อดูแผนที่ streetview ตามทิศทางจริงๆได้ด้วย หากต้องการเคลื่อนที่ในแผนที่สามารถลากตุ๊กตาสีส้ม pegman นี้ ย้ายไปวางตามบริเวณที่ต้องการไปดูได้  สำหรับมือถือรุ่นอื่นๆนั้นอย่าง java และ Blackberry  ก็สามารถใช้งานได้โดยโหลดแอพ Google Maps ลงบนมือถือคุณ แล้วทำตามขั้นตอนซึ่งไม่ต่างจาก Android โหลดได้ที่ m.google.co.th/maps บนมือถือของคุณ รองรับทั้ง java , Nokia และ BlackBerry
เพียงเท่านี้คุณก็จะสนุกกับ Google Street View เหมือนไปสถานที่จริงผ่านทางมือถือของคุณได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเป็นตัวช่วยในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆได้เป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่ามือถือคุณต้องต่อเน็ตผ่าน 3G หรือ Wi-Fi ด้วยถึงสามารถใช้งาน Streetview นี้อย่างไม่มีสะดุด

ข้อมูลจาก Google support

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

มารู้จัก FTTH : Fiber to the Home เทคโนโลอินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ความเร็วสูง กันดีกว่านะ

FTTH : Fiber to the Home เป็นเทคโนโลอินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ความเร็วสูงภายในบ้านผ่านสายเคเบิ้ลใยแก้วลำแสง ปัจจุบันเราใช้ ADSL ซึ่งสายโทรศัพท์นี้เป็นสายทองแดง ได้ความเร็วเต็มที่แค่ 9-10 Mbps หากเราเปลี่ยนมาใช้ FTTH โดยเปลี่ยนจากสายทองแดงเป็นสาย Fiber Obtic (เคเบิ้ลใยแก้วลำแสง )  เมื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเราจะได้อินเตอร์เน็ตแรงเร็วสูงมากขึ้น ด้วยความเร็วสูงระดับ 100 Mbps  การอัพโหลดมีประสิทธิภาพในการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วอย่างมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น


 สามารถประยุกต์ในการใช้งานเน็ตในรูปแบบต่างๆที่แตกต่างจากการใช้งานผ่านเน็ต ADSL ธรรมดา เช่น สามารถดูรายการทีวีบนอินเตอร์เน็คด้วยความละเอียดสูง สามารถดูทีวีไปใช้งานอินเตอร์เน็ตไปผ่านทางทีวีแบบ Smart TV ชมทีวีคุณภาพ HD, เราสามารถทำประชุมทางไกลผ่านทาง Video Conference พร้อมกันหลายๆคน (นึกถึง google hangouts)   , การเรียนการสอนผ่านทางไกล , การรับส่งไฟล์ผ่านทาง cloud computing อย่างรวดเร็ว  , การรักษาโรคผ่านระบบทางไกล , ดูกล้อง CCTV ผ่านทาง IP CAMERA ความละเอียดสูง , การถ่ายทอดสดแบบ REALTIME พร้อมสามารถคุยโต้ตอบทันทีได้ เป็นต้น

 

ข้อแตกต่างระหว่าง ADSL กับ FTTH

 

ADSL ใครที่อยู่ใกล้ชุมสาย มากที่สุดจะได้ความเร็วเต็มที่ ใครที่อยู่ไกลห่างจากชุมสายออกไป  สัญญาณรบกวนเยอะมาก อัพโหลดได้น้อย (ได้ความเร็วอัพโหลดจำกัด สูงสุดแค่ 2Mbps เท่านั้น)

แต่ถ้าเป็น FTTH จะสามารถให้บริการผ่านสาย Fiber Obtic  ได้ความเร็วสูงขึ้น สามารถส่งเน็ตความเร็วสูงได้ไกลมาก สูงถึง 20 Km เลยทีเดียว และความเร็วสปีดในการ upload /download  มากกว่า 2Mbps และอยู่ระดับเท่ากันกับความเร็วดาวน์โหลดด้วย

ในต่างประเทศนั้น ประเทศอิตาลีเป็นประเทศแรกในโลกที่ให้บริการ FTTH เมื่อปี 2001 (ข้อมูลจาก Wikipedia) แต่ประเทศที่นิยมใช้มากที่สุดคือ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2002 และประเทศอื่นๆเช่น อเมริกา เกาหลีใต้ จีน UAE  ส่วนประเทศอื่นๆที่ใช้บริการ FTTH อย่างแพร่หลายแล้วในอาเซียน มีสิงค์โปร และมาเลเซีย ที่ตอนนี้ประเทศมาเลเซียมีอัตราเปลี่ยนมาใช้ FTTH สูงมาก


ประเทศไทยมีให้บริการ FTTH แล้ว

ส่วนในประเทศไทยปัจจุบันนี้ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหลายรายอย่าง TOT , 3BB และ TrueOnline เริ่มให้บริการอินเตอร์เน็ตแบบ FTTH ในไทยแล้ว ยกตัวอย่าง 50Mbps  ราคา 2799 บาท หรือบางราย ดาวน์โหลด 9Mbps อัพโหลด 2 Mbps 1,200 บาท และ ดาวน์โหลด 100Mbps อัพโหลด 10 Mbps = 6990 บาท ซึ่งทั้งนี้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตอย่าง TOT ได้ขยายบริการ FTTH ครอบคลุมทุกจังหวัดแล้ว แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่อำเภอเมืองของทุกจังหวัด และบางเขตในกรุงเทพมหานคร และต้องเดินสาย Fiber Obtic เฉพาะกลุ่มชุมชนที่มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตสูงจริงๆ ส่วนเอกชนอย่าง 3BB และ Trueonline เปิดให้บริการแล้วหลายจังหวัด รวมทั้งกรุงเทพในบางจุด ก็กำลังขยายให้บริการ FTTH ให้ครบทุกจังหวัดภายในปีนี้ ซึ่งบางรายได้ร่วมจับมือกับโครงการคอนโดมีเนียมหลายโครงการ เพื่อให้บริการ Fiber To the Home หรือ Fiber to the Building ถึงบ้านถึงอาคารเลยทีเดียว ใครที่สนใจสอบถามเพิ่มเติมที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
ข้อเสียหรือปัญหา  FTTH  คือ ถ้าจุดใดจุดหนึ่งของผู้ใช้ FTTH  มีปัญหา จะทำให้ทั้งโครงข่าย FTTH นั้นใช้ไม่ได้เลย (ปัญหานี้เกิดขึ้นได้ไม่บ่อย แต่ก็ต้องระวังโดยเฉพาะบางโรงพยาบาลที่ใช้เน็ต FTTH ในการช่วยรักษาคนป่วย )
หากบริการ FTTH ได้ใช้งานแพร่หลาย จะทำให้ทีวีแบบสมาร์ททีวี หรือ IPTV ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย เพราะทั้งคู่ต้องการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่แล้ว , โทรศัพท์บ้านก็จะยกระดับมาตรฐานใหม่ที่สามารถคุยแบบเห็นหน้าได้ด้วย ซึ่งสามารถทำความเร็วคล้ายระดับ 4G ซึ่งสูงสุดที่ 1Gbps ( =1024Mbps)ได้ แม้ราคา FTTH ดูแพง แต่เมื่อแลกกับความเร็วที่ได้รับ และราคายังถูกกว่าต่างประเทศที่ให้บริการ FTTH  ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่คุ้มค่ามากทีเดียว

 ภาพประกอบ FTTH จาก  photonicsthai.org

 ที่มา it24hrs.com

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

วิธีแก้ปัญหา login ไม่ได้เพราะลืมพาสเวิร์ด ของ hotmail

สาเหตุหลักของปัญหานี้คืออย่างแรก เราลืม password จริงๆ กับอีกอย่างคือโดนคนอื่น แฮคพาสเวิร์ดของเราไป ไม่ว่าวิธีใดก็ตาม ตั้งแต่ใช้โปรแกรมขโมย password ไปจนถึงแบบพื้นๆ เพียงแค่คุณเผลอ login ค้างไว้หลังใช้งานอีเมล์หรือบัญชี social network ของคุณเสร็จ โดยไม่ได้ logout แล้วมีคนที่มาใช้เครื่องนั้นๆต่อจากคุณ แล้วก็แอบมาเปลี่ยน password ของคุณก็ได้ค่ะ (ซึ่งกรณีหลังนี้หากเกิดขึ้น ก็จะเป็นการเสี่ยงที่คนร้ายจะขโมยบัญชีผู้ใช้ของคุณ ไปกระทำมิดีมิร้าย เช่นไปส่งข้อความ หรือโพสข้อความที่สร้างความเดือดร้อนกับเจ้าตัวได้นะคะ ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนดังและบุคคลสำคัญ)
โดยทั่วไป บริการต่างๆที่ต้อง login เข้าใช้ระบบ ก็มักจะเตรียมแผนสำรองเอาไว้สำหรับกรณีที่ผู้ใช้ลืมพาสเวิร์ดอยู่แล้วหล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการให้ผู้ใช้กำหนด คำถาม-คำตอบ รักษาความปลอดภัย เอาไว้ใช้กู้พาสเวิร์ดเพื่อยืนยันตัวตน หรือการให้สำรองอีเมลไว้อีกอีเมลหนึ่งเพื่อส่ง password ไปให้ รวมไปถึงการให้กำหนดเบอร์มือถือสำหรับส่งข้อความเพื่อส่งพาสเวิร์ดใหม่มาได้เป็นต้น


ในบทความนี้ จะขอกล่าวถึงการแก้ปัญหาลืมพาสเวิร์ดของ Hotmail เพราะเห็นว่ามีผู้ใช้อีเมล์ของ hotmail เป็นจำนวนมากในประเทศไทย และก็มีหลายท่านที่พบกับปัญหานี้ (รวมถึงท่านผู้ชมทางบ้านที่ได้เขียนมาถามไอที24ชั่วโมงด้วยค่ะ) ทั้งนี้วิธีแก้ปัญหาของบริการอื่นทั้งอีเมล์ และ Social Network ก็มักจะมีวิธีการแก้ปัญหาด้วยหลักการคล้ายๆกันนี่ ลองไปปรับใช้ดูได้

วิธีรีเซ็ทรหัสผ่านของ Hotmail.com
สำหรับผู้ที่พยายามจะ login เข้าใช้ e-mail ของ Hotmail แล้วปรากฏว่า ไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้ ขั้นแรกต้องมองหาข้อความที่เขียนว่า “เข้าถึงบัญชีของคุณไม่ได้ใช่หรือไม่”  ซึ่งข้อความนี้ก็จะอยู่ใต้ช่องสำหรับให้ใส่รหัสผ่านหรือพาสเวิร์ดนั่นเอง ก็คลิ๊กเลย

จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าที่ให้เลือกว่าคุณมีปัญหาใดเกี่ยวข้องกับการลงชื่อเข้าใช้ เมื่อเลือกข้อใดข้อหนึ่ง แต่ละข้อ ก็จะมีคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับแต่ละอาการที่แตกต่างกันไป หากเลือกว่าลืมรหัสผ่าน ก็จะมีลิงค์ที่ให้เราไปทำการรีเซ็ท ล้างรหัสผ่านเริ่มต้นกันใหม่  แต่ข้อมูลและอีเมลต่างๆที่เก็บอยู่ของคุณจะยังคงอยู่



ส่วนข้อสอง ถ้าคิดว่าจำรหัสผ่านได้แต่ลงชื่อเข้าใช้ไม่ได้” ระบบก็จะแนะนำให้ตรวจสอบดูอีกทีว่า คุณกด Caps Lock ไว้ หรือไม่ได้เปลี่ยนภาษาจากไทยเป็นอังกฤษหรือเปล่า แต่ถ้ายังเข้าไม่ได้ ก็ต้องรีเซ็ทพาสเวิร์ดเช่นกัน

และหากเลือกข้อที่สามกรณีที่สงสัยจะมีคนกำลังแอบใช้บัญชีอีเมลของคุณอยู่ ระบบก็จะแนะนำให้เปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่ให้ยากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีเก็บพาสเวิร์ดให้เป็นความลับ


แต่ไม่ว่าจะเลือกข้อใดใน 3 ข้อข้างต้น หากแก้ไขตามที่เค้าแนะนำแล้วก็ยังทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายแล้ว ระบบก็จะต้องเชิญให้คุณกำหนดรหัสผ่านใหม่ หรือรีเซ็ทรหัสผ่านอยู่ดี
และเมื่อจำเป็นต้องกำหนดรหัสผ่านใหม่ ก็จะเข้าสู่หน้ากำหนดรหัสผ่านใหม่ ที่มีขั้นตอนง่ายๆ โดยใส่ชื่อ Windows Live ID  หรือก็คือ Username ของ Hotmail ของคุณ แล้วก็ใส่ตัวอักษรที่แสดงขึ้นมาในรูปภาพ แล้วก็กดปุ่ม “ถัดไป”

จากนั้นระบบก็จะถามว่าต้องการรีเซ็ทพาสเวิร์ดด้วยวิธีการใด


1.)จะให้ส่ง password ไปให้ทางโทรศัพท์มือถือที่คุณเคยได้แจ้งเอาไว้กับทาง hotmail หรืออาจจะเป็นการส่งไปยังอีเมล์ของคุณอีกอีเมล์หนึ่งที่คุณเคยได้แจ้งเอาไว้ แต่ก็ต้องแน่ใจด้วยนะว่า คุณเองก็ไม่ได้ลืมพาสเวิร์ดของอีกอีเมล์หนึ่งที่คุณได้แจ้งไว้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นคราวนี้ก็จะเป็นความลำบากซ้ำซ้อนหล่ะยังไงลองตรวจสอบดูก่อนนะคะว่าอีเมล์อีกอีเมล์นั้น คุณยังสามารถ login เข้าไปได้ปกติหรือไม่ เพื่อความแน่ใจ
2.) หรือจะตอบคำถามรักษาความปลอดภัย ซึ่งคำถามนี้ก็คือคำถามที่ระบบจะให้คุณกำหนดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งเริ่มต้นสมัครใช้บริการ hotmail เลย เมื่อคลิ๊กเลือกข้อนี้ ก็จะมีคำถามที่คุณเคยกำหนดไว้แสดงขึ้นมา และหากคุณตอบได้ตรงกับที่เคยได้กำหนดเอาไว้เมื่อตอนสมัคร คุณก็จะเข้าสู่หน้าตั้งรหัสผ่านใหม่ได้


3.) ส่วนข้อสุดท้ายคือ หากไม่สามารถทำข้อไหนได้สำเร็จ ก็จำเป็นจะต้องติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว อย่ากลัวที่จะติดต่อเค้า


แล้วทางฝ่ายบริการลูกค้าก็จะติดต่อกลับมาหาทางอีเมล์ที่เราให้ไว้เพื่อให้ติดต่อกลับ แต่ถ้าหากเราไม่มีอีเมล์อื่นๆให้ติดต่อกลับเลย ระบบก็จะแนะนำให้สร้างอีเมล์ใหม่กับ Hotmail …..เท่าที่ทีมงานของเราเคยทดลองเขียนไปถาม สามารถเขียนเป็นภาษาไทยได้เลย จะลองดูก็ได้ แต่หากยังไม่ได้รับคำตอบ อาจต้องลองส่งไปใหม่เป็นภาษาอังกฤษ

ที่มา http://www.it24hrs.com/

วิธีใช้ Google Streetview บน Google แผนที่ประเทศไทย

วันนี้ Google ประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดตัว Google Streetview  ในประเทศไทยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เปิดให้บริการในต่างประเทศมานานหลายปี  ซึ่งบริการ Google Streetview ในประเทศไทยนี้สามารถแสดงผลในมุมมองเหมือนเราได้ยืนบนสถานที่จริง  เบื้องต้นบางจังหวัดสามารถแสดงแบบ Streetview บน Google Maps ได้แล้ว คือ กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต และทางหลวงสายสำคัญ



1 เข้าเว็บไซต์ maps.google.co.th แล้วเลือกซูมไปยังตำแหน่งสถานที่ที่ต้องการที่ต้องการจะดูในมุมมอง streetview ในตัวอย่างบนรูปนี้ต้องการดูสถานที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ





2. นำเมาส์ไปคลิกค้างที่ตัวไอคอนรูปคนสีเหลืองส้มนี้ดังรูป ค้างไว้ แล้วปล่อยตรงตำแหน่งตามสถานที่ต้องการ เช่น ไปปล่อยไอคอนรูปคนนี้ไปยืนอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ


3. ก็จะแสดงภาพในรูปแบบมุมมองจริง เหมือนคุณกำลังยืนอยู่บนสถานที่จริง สามารถเลื่อนตำแหน่ง  หรือดูมุมมองอื่นรอบๆตัวเรา 360 องศาได้ด้วย
4. สามารถใช้ปุ่มลูกศร บนคีย์บอร์ด ขึ้น ลง ซ้าย ขวา เพื่อเดินแบบสไลด์ข้าง เดินหน้า เดินหลังได้ ตามต้องการ


ข้อมูลจาก Google Channel on Youtube 

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ปรับแต่งหน้าไทม์ไลน์บนเฟซบุ๊กให้คล้ายคลึงกับหน้าตาแบบเดิม

สมาชิกเฟซบุ๊กคนไหนที่พยายามหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนไปใช้รูปแบบ “ไทม์ไลน์” คงออกอาการเซ็งไปตามๆ กัน เมื่อเฟซบุ๊กประกาศว่า สมาชิกจะต้องเปลี่ยนไปใช้เจ้ารูปลักษณ์ใหม่นี้ทุกคน เป็นการบังคับที่ไม่สามารถอุทธรณ์ใดๆ ได้ทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่ “ไทม์ไลน์” เองก็ไม่ได้รับความนิยมจากเหล่าสาวกเฟซบุ๊กกว่า 800 ล้านคนเท่าที่ควร


แม้ผู้ดูแลเฟซบุ๊กจะยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ส่งผลต่อความเป็นส่วนตัว แต่ผู้ใช้หลายคนก็ไม่ชอบใจนัก เพราะเวลาจะโพสต์อะไรทีก็ต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม เหมือนทุกคนจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด แต่ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้และยังอยากจะใช้เฟซบุ๊กต่อไป อย่ามัวแต่เสียอารมณ์อยู่เลย มาหาวิธีปรับใช้ให้ถูกใจและปลอดภัยกันดีกว่า
1.จุดเด่นของไทม์ไลน์ คือ Cover Photo หรือภาพด้านบนขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถปล่อยว่างไว้ได้ ง่ายๆ แค่คลิกที่ Change Cover แล้ว Remove เพื่อลบภาพ Cover รูปเดิม
2.รูปไหนที่ไม่อยากให้ปรากฏอยู่บนหน้าวอลล์ของตัวเอง ก็คลิกที่รูปดินสอมุมขวาบนของภาพ แล้วเลือกคำว่า ซ่อน หรือ Hide from Timeline ส่วนรูปไหนที่อยากอวดเป็นพิเศษ ก็คลิกที่รูปดาวข้างดินสอ เท่านี้ก็จะได้ภาพขนาดใหญ่เบิ้มแล้ว
3.ไทม์ไลน์มีเมนูช่วงเวลาอยู่บริเวณขวามือ ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการสืบเสาะข้อมูลย้อนหลังได้ตั้งแต่วันแรกที่ใช้ ซึ่งสามารถเลือกได้ตามเดือนและปีที่ต้องการ ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้แฟนใหม่รู้ว่าคุณเคยหวานกับแฟนเก่ามากแค่ไหนตอนที่คบกัน ก็รีบกำจัดรูปเก่าๆ ออกไปซะก่อนน่าจะดีกว่า
เพียงเท่านี้ เฟซบุ๊ก ก็(คง)จะเป็นโลกใบเก่าที่คุณคุ้นเคย

บทความที่ได้รับความนิยม 10 อันดับ